ทุกวันนี้องค์กรชั้นนำมีเครื่องมือการสื่อสารที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือ การประชุมระยะไกล หรือ Video Conference ซึ่งถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการประชุมของผู้บริหารและทีมงานที่อยู่กันคนละประเทศ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางประหยัดเวลาที่สำคัญยังช่วยทำให้งานประสบผลสำเร็จด้วยดีจากการประชุมผ่าน Video Conference นี้  แต่การประชุมจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นถ้าคุณภาพของภาพเป็นความละเอียดสูงแบบ HD เราจะแนะนำการใช้งานการประชุมทางวีดีโอให้พี่ๆ ไว้เป็นแนวทาง

การประชุมทางวีดีโอกับช่องสัญญาณแบนด์วิช

การประชุมทางวีดีโอแบบธรรมดานั้นอาจใช้ความเร็วแค่ 384 Kbps หรือ 512 Kbps ก็เพียงพอแล้วแต่การประชุมทางวีดีโอแบบ HD นั้นจำเป็นจะต้องใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง 4 Mbps เป็นอย่างต่ำเพื่อให้การส่งสัญญาณของภาพและเสียงมีคุณภาพที่ชัดเจนและเมื่อมีการใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงมากขึ้นคุณภาพของแบนด์วิชก็ต้องดีขึ้นด้วย

Video Conferernce Bandwidth

ตารางที่ 1 แสดง Bandwidth rates สำหรับ Video conferencing

คุณสมบัติของโปรโตคอลของโพลีคอม (Polycom) H.264 ช่วยเพิ่มความเร็วในการรับส่งสัญญาณภาพและเสียงในการประชุมวีดีโอ HD ให้ภาพที่คมชัดขึ้นดูจากตารางที่ 1 ซึ่งแสดงถึงค่าปกติในการรับส่งสัญญาณ ส่วนในตารางที่ 2 จะแสดงให้เห็นว่าภาพสัญญาณเสียงที่ส่งเป็นแบบ HD แต่ใช้ช่องสัญญาณแบนด์วิชที่ต่ำกว่าแต่มีคุณภาพมากกว่า

 Video Conferernce Resolution

ตารางที่ 2 แสดง Resolution สำหรับ Video conferencing

ระบบแบนด์วิชและ QOS

              การประชุมทางวีดีโอจะมีคุณภาพมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับความถี่ของช่องสัญญาณในขณะนั้นว่า มีผู้ใช้มากน้อยเพียงไรถ้ามีผู้ใช้งานพร้อมกันหลาย ๆ คน หลาย ๆ องค์กรพร้อมกันในเวลาเดียวก็เปรียบเสมือนการจราจรที่หนาแน่นในช่วงเวลานั้น ๆ ดังเช่นตารางที่ 3 ที่แสดงให้เห็นว่าองค์กรทั้ง 8 แห่งเชื่อมต่อโดยผู้ให้บริการเครือข่าย MPLS ประชุมทางวีดีโอพร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกัน จำนวนรวมของสายการประชุมทั้งหมดคูณด้วย 1,920 Kbps บวกด้วยค่าใช้จ่ายอีก 20% เพื่อจะได้ทราบความความต้องการที่แท้จริงดังรูปที่ 1 นี้ ตัวอย่างเช่น การเชื่อมโยงระบบ MPLS ของแต่ละสำนักงานจะต้องเพียงพอในช่วงเวลาที่มีคนใช้พร้อมกันหลาย ๆ องค์กรในช่วงเวลาเดียวกัน

 Video Conferernce Resolution

ตารางที่ 3 แสดงตัวอย่างของความต้องการในการใช้ HD Video conferencing

              ดังนั้นความต้องการของช่องสัญญาณแบนด์วิชคือโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของการประชุมทางวีดีโอ HD  ในระหว่างการประชุมจะต้องมีคุณภาพทั้งภาพและเสียงครบสมบูรณ์ไม่ขาด ๆ หาย ๆ แม้ว่าจะประชุมในช่วงเวลาที่มีคนใช้อินเตอร์เน็ตหนาแน่นก็ตาม เช่น ประชุมกันอยู่ทั้งหมด 6 สาย ก็จะต้องอยู่ครบทั้ง 6 สายตลอดการประชุมไม่ใช่มีสายใดสายหนึ่งหลุดไประหว่างการประชุม เพราะฉะนั้นคุณภาพของช่องสัญญาณแบนด์วิชเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ยกตัวอย่างการเชื่อมต่อดังนี้มี 6 คู่สาย และช่องสัญญาณแบนด์วิช 1.9 Mbps รวมทั้งหมดเราจะต้องใช้ช่องสัญญาณแบนด์วิชทั้งหมด 11.5 Mbps ของความเร็วที่มี เมื่อเราเพิ่มช่องสัญญาณแบนด์วิชอีก 20%  รวมแล้วจะได้ 13.8 Mbps  เพียงพอที่จะรองรับการประชุมแบบ Multipoint แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าโครงสร้างของเครือข่ายไม่เพียงพอการเพิ่มช่องสัญญาณแบนด์วิชก็ไม่ช่วยให้คุณภาพการประชุมวีดีโอดีขึ้นได้ ประสิทธิภาพของการส่งสัญญาณภาพและเสียงก็จะมีปัญหาเช่นกัน ในทางกลับกันถ้าเราไม่ต้องมาวิเคราะห์ในเรื่องของช่องสัญญาณแบนด์วิช โครงสร้างเครือข่ายและช่วงเวลาหนาแน่นของการใช้งานพร้อม ๆ กันแล้วก็ขอให้องค์กรควรมีอินเตอร์เน็ตความเร็วต่ำสุดเริ่มต้นที่ 100 Mbps เป็นอย่างต่ำ

วิธีการคำนวณ Bandwidth การเชื่อมโยงเครือข่ายมี 2 ประเภทดังนี้

  1. เชื่อมโยงเครือข่าย WAN โดยให้แบนด์วิชคำนวณความต้องการใช้ในขณะนั้น และทำ QoS ซึ่งจะคำนวณใช้ค่าประมาณ 90% เพื่อที่จะได้ตัดสัญญาณภาพและเสียงที่รบกวนออกไประหว่างทำการประชุมทางวีดีโอ
  2. เชื่อมโยงโดยใช้แบนด์วิชทั้งหมด เก็บข้อมูลการใช้งานจริง กำหนดความต้องการที่มากขึ้นและยากขึ้น ตรวจสอบละเอียดมากขึ้นเพื่อให้การเชื่อมต่อมีคุณภาพมากขึ้นในช่วงที่มีการใช้งานหนาแน่น

 

วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นเมื่อ Network Bandwidth ไม่พอ

  • - การปรับเปลี่ยนรุ่นแบนด์วิช
  • - ลดเสียงตอนการประชุมทางวีดีโอ
  • - ลดการบีบอัดข้อมูล

การจัดการแบนด์วิช

  1. ช่องสัญญาณแบนด์วิชที่ใช้เฉพาะการประชุมทางวีดีโอนั้นให้จำกัดคุณภาพของสัญญาณภาพที่ 2 Mbps ก็เพียงพอ จากเดิมที่เคยรับได้สูงสุดที่ 4 Mbps หรือ 1 Mbps ต่อวินาที การทดสอบนี้ทำให้เราสามารถทราบได้ว่าบางทีช่องสัญญาณแบนด์วิชที่มากเกินไปอาจไม่จำเป็น ทำให้ลดภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้อีก 50%
  2. จัดสรรการใช้แบนด์วิชแบบเฉพาะเจาะจง ว่าการส่งสัญญาณทั้งภาพและเสียงนั้นจะใช้เฉพาะกับองค์กรหรือสาขาที่กำหนดไว้เท่านั้น ส่วนองค์กรหรือสาขาที่ไม่กำหนดจะไม่มีสิทธิ์ใช้ การทำเช่นนี้จะช่วยลดการใช้ช่องสัญญาณที่ไม่จำเป็นและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานที่เรากำหนดไว้ ก็จะไม่ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของสัญญาณภาพและเสียงระหว่างการประชุมทางวีดีโออีกต่อไป

คุณภาพของระบบ QoS จะมีประสิทธิภาพหรือไม่ นั้นต้องได้รับการสนับสนุนทั้งโครงข่ายระหว่างสาขา (WAN) Network และโครงข่ายภายในองค์กร (LAN) เพราะในการประชุมทางวีดีโอนั้นก็ต้องอาศัยช่องสัญญาณแบนด์วิชที่มากในขณะที่มีการใช้งานพร้อมกันหนาแน่นยิ่งเป็นการประชุมวีดีโอแบบ HD ก็ยิ่งจำเป็นเพราะต้องมีการส่งข้อมูลทั้งภาพและเสียงที่มีความละเอียดสูง จำเป็นต้องมีปัจจัยทั้งระบบ WAN และ LAN ที่มีคุณภาพ ส่วนการเชื่อมต่อแบบ VPN นั้นไม่เป็นที่นิยมต่อให้มีราคาถูกกว่าก็ตามเนื่องจากคุณภาพของสัญญาณภาพและเสียงไม่ชัดเจน บางเวลาก็ไม่สามารถเชื่อมต่อได้ อย่างไรก็แล้วแต่การประชุมทางวีดีโอนั้นมีความสำคัญต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก จึงไม่ควรใช้การเชื่อมต่อที่ไม่มีคุณภาพเพราะเห็นแก่ราคาที่ถูกกว่า

 

ผู้ที่สนใจ VDO Conference สามารถติดต่อเพื่อทดลองใช้งานได้ทันทีหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากเราได้ทันที

ที่ [email protected] หรือโทร 02-392-3608 กด 1

Monster Connect